Follow Us

Story We Share

STORY BY Sasha (Master)

การเตรียมตัว เตรียมอารมณ์ และเตรียมใจ ก่อนนั่งสมาธิ

Print January 01, 20147,007 views , 0 comments

การเตรียมตัว เตรียมอารมณ์ และเตรียมใจ ก่อนนั่งสมาธิ


ไม่ว่าเราจะทำกิจกรรมใดๆ ล้วนต้องมีการเตรียมตัว เตรียมใจ เพื่อที่ว่าเมื่อลงมือทำสิ่งนั้นแล้ว เราจะได้ทำออกมาอย่างดีที่สุด การฝึกสมาธิก็เช่นเดียวกัน ก่อนจะนั่งหากเราทราบเทคนิคการเตรียมตัว เตรียมอารมณ์ และเตรียมใจของเราก่อน ก็จะทำให้เมื่อนั่งสมาธิแล้วใจจะสงบได้เร็วค่ะ ซึ่งการเตรียมทั้ง 3 สิ่งดังกล่าวนี้ เป็นสิ่งที่เราไม่ควรจะละเลยไปนะคะ
 
การเตรียมตัว ในที่นี้หมายถึง  การเตรียมร่างกายให้พร้อมในการฝึกสมาธิ เช่น อาบน้ำ ล้างหน้า ให้ร่างกายเรากระปรี้กระเปร่า หากเราไม่ได้อยู่ในที่ที่สะดวกก็อาจจะให้ปรับร่างกายด้วยการดื่มน้ำอุ่น น้ำผลไม้ ให้สดชื่น (ไม่ควรดื่มกาแฟนะคะ แม้จะดูเหมือนว่ากาแฟทำให้ตื่นไม่ง่วง แต่จะเป็นการตื่นตัวแบบไม่สดชื่นจริงๆ อาจจะทำให้มีอาการตึงๆ ได้ค่ะ) ก่อนทีเราจะนั่งสมาธิไม่ควรจะรับประทานอาหารหนักๆ หรือ ย่อยยากเพราะจะทำให้กระเพาะทำงานหนักค่ะ แล้วก็จะง่วงนั่นเอง ในทางตรงกันข้ามการที่ปล่อยให้หิวจนเกินไปจะทำให้ใจเป็นสมาธิได้ยาก ดังนั้นควรทานอะไรรองท้องไว้บ้างนะคะ
 
เรื่องการแต่งกายก็สำคัญค่ะ เมื่อจะนั่งสมาธิให้ใจสบายเครื่องแต่งกายก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้เช่นกัน ดังนั้นเสื้อผ้าที่สวมใสควรจะใส่สบายไม่คับ รัดรูปจนรู้สึกอึดอัด หรือ หลวมจนรู้สึกรำคาญ หากมีการปฏิบัติธรรมร่วมกับบุคคลอื่นๆด้วย ไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่มีลวดลายเยอะจนเกินไป เพราะจะทำให้ตัวผู้ปฏิบัติเอง และผู้อื่นรู้สึกไม่สบายตา ไม่สบายใจ โดยเฉพาะเสื้อควรใส่สีพื้นๆ ที่เป็นสีสว่าง ไม่ฉูดฉาด หรือ เป็นสีมืดทึมเกินไป 
 
ที่สำคัญสำหรับสุภาพสตรีนะคะ ไม่ควรแต่งหน้าจัด หรือ ทาเล็บสีจัดมากเกินไป เสื้อผ้าไม่ควรจะรัดรูป สั้นเลยเข่าขึ้นไป แขนกุด หรือ คอลึกจนเกินไปด้วยค่ะ อันนี้ต้องขอบอกเหตุผลตามตรงนะคะว่าการที่เราใส่เสื้อผ้าไม่รัดกุม แม้ว่าจะสวยและทันยุคสมัย แต่การปฏิบัตินั้นเป็นไปเพื่อฝึกใจให้สงบ หากเราแต่งกายไม่เรียบร้อย จะทำให้ผู้มาร่วมปฏิบัติธรรมที่เป็นสุภาพบุรุษจิตใจไม่สงบได้ค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้ทีมาสอนสมาธิเราคือ พระภิกษุยิ่งเป็นการไม่สมควรค่ะ ดังนั้นเพื่อรักษาบรรยากาศในการปฏิบัติธรรมให้สงบสำรวม เราควรแต่งกายให้สุภาพ มิดชิดนะคะ
 
สิ่งที่ต้องระลึกไว้เสมอก็คือ ทุกท่านที่มาร่วมกันปฏิบัติธรรมต้องการเข้าถึงความสงบสุขภายใน การช่วยกันรักษาใจด้วยการแต่งกายซึ่งเป็นปราการด่านแรกในการพบเห็นกัน หากเราแต่งกายเหมาะสม คนมองก็สบายตา ตัวเราก็สบายใจ พากันเข้าถึงความสุขภายในกันได้ทุกคนค่ะ
 
การเตรียมอารมณ์ ผู้ฝึกสมาธิทุกคนควรมีการเตรียมอารมณ์ให้พร้อมสำหรับการปฏิบัติธรรมด้วยการปลดปล่อยภาวะอารมณ์ในทางลบทั้งปวงออกไป เช่น ความเซ็ง เครียด กลัดกลุ้ม และเบื่อหน่าย เป็นต้น เพราะอารมณ์เหล่านี้เป็นอุปสรรคทำให้ผู้ฝึกมีจิตใจที่ไม่สงบ ใจรวมเป็นสมาธิได้ยาก อารมณ์ที่ควรจะทำให้เกิดขึ้นคือ ความรู้สึกสดชื่น สบายใจ อารมณ์ดี อารมณ์สบาย เราควรจะเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า  อย่าปล่อยให้อารมณ์สบายของเราถูกกระทบกระเทือน จนกระทั่งเกิดภาวะอารมณ์ในทางลบได้
 
นอกจากนี้เรายังควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปพูดคุยกับผู้ที่อาจจะนำเรื่องราวที่ทำให้เราร้อนใจ ไม่น่าฟัง ไม่น่ารับรู้มาให้ เพราะจะทำให้ใจเราไม่สบาย รวมไปถึงการดูหนังดูละครก็ควรที่จะหลีกเลี่ยง เพราะภาพเหล่านั้นจะผุดขึ้นในเวลาที่เราทำสมาธิ ซึ่งอาจทำให้อารมณ์ของเราไม่นิ่ง ฟุ้งซ่าน  และใจไม่อยู่กับร่องรอยได้ค่ะ
 
สิ่งที่จะช่วยฝึกให้เราเตรียมอารมณ์ได้อย่างเหมาะสมนั้น ต้องฝึกตัวเองให้มีรื่นรมย์กับสิ่งรอบตัวให้ได้ ซึ่งความสุขนี้อาจได้มาจาก การฟังเพลงบรรเลงเบาๆ อ่านหนังสือ วาดรูป หรือ ทำกิจกรรมที่ชอบ ที่สำคัญต้องฝึกให้เป็นผู้มองโลกในแง่บวกไว้ก่อนเสมอ (มองโลกในแง่ดี)  “Positive Thinking” โดย  ฝึกเป็นผู้ไม่ถือโกรธ  ไม่อาฆาต  ไม่ถือตนเองเป็นใหญ่  ฝึกให้มั่นคงใน “อภัยทาน” เพราะบุคคลที่เป็นผู้มองโลกในแง่บวก  และพร้อมให้อภัยได้เสมอ  จะเป็นผู้ที่มีอารมณ์สดใส  มีจิตใจมั่นคง
 
นอกจากนี้หากเราต้องการฝึกสมาธิให้ได้ผลก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง เราควรจะต้องมีการเตรียมใจ ด้วย ซึ่งก็คือ เราควรจะฝึกสติตลอดทั้งวันด้วยการ ระลึกรู้เท่าทันการกระทำของตัวเอง หรือ เอาใจไว้กับเนื้อกับตัวตลอดทั้งวัน ให้ได้บ่อยที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ หรือ นึกได้ อาจจะไม่ต้องถึงขนาดว่าให้คอยมองดูการกระทำของตัวเองทุกขณะด้วยการเคลื่อนไหวช้าๆ ไปเรื่อยๆ เพราะวิธีการเช่นนี้ ไม่สามารถทำได้ในชีวิตจริง หรือ ถ้าทำจริงก็จะดูแปลก เพราะมีการเลื่อนไหวที่ไม่เป็นธรรมชาติ หรือ หากจะฝึกจนกระทั่งสามารถทำได้ด้วยการเคลือนไหวแบบปกติก็ต้องใช้เวลาฝึกพอสมควร ซึ่งหากเป็นผู้ฝึกใหม่อาจเผลอ ลืม และท้อแท้ไปซะก่อน
 
วิธีที่ง่ายขึ้นนั้นผู้ฝึกอาจจะลองฝึก “สติ” ตลอดทั้งวันด้วยการนึกถึงสิ่งที่เราเคารพนับถือ เอาไว้ภายในตัว  เช่น พระพุทธรูปที่เรากราบไหว้ทุกวัน ให้ลองนึกอาราธนาท่านให้อยู่กับตัวเรา เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วเรามักจะฝึกสมาธิด้วยการเอาสติจับที่ลมหายใจ หายใจเข้าท้องพองออก หายใจออกท้องยุบ ดังนั้นเราจะชินกับการฝึกสติที่บริเวณท้องของเรา หากให้ลองนึกว่ามีพระพุทธรูปอยู่ภายในตัว ที่บริเวณท้องของเราให้ได้ตลอดทั้งวัน ก็จะเป็นการฝึกที่มุ่งไปที่จุดๆเดียว น่าจะง่ายกว่าการที่คอยเอาสติจับความทุกการกระทำของเรา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเทคนิคและวิธีการต่างๆ ขึ้นอยู่กับผู้ฝึกแต่ละท่านค่ะ ถนัดแบบไหน ทำแบบไหนแล้วรู้สึกสบาย ทำได้ต่อเนื่องก็เอาแบบนั้น และที่สำคัญเมื่อฝึกสติมาตลอดทั้งวันแล้ว ทุกวันเราควรจะทำสมาธิจริงจังอย่างน้อยสัก 1 ชัวโมง เพื่อจะได้มีผลการปฏิบัติที่ก้าวหน้าค่ะ
 
เมื่อทราบเทคนิคการเตรียมตัว เตรียมอารมณ์ และเตรียมใจแบบนี้แล้ว ก็อย่ามองข้ามการเตรียมทั้ง 3 อย่างนี้ทุกครั้งนะคะ รับรองว่าเราจะได้มีสมาธิที่ก้าวหน้า และมั่นคงยิ่งๆขึ้นไปค่ะ
 

Tag : Meditation peaceful happiness สมาธิ สงบ มีความสุข ธรรมชาติ เตรียมตัว

Comments to this story

Write a comment


1.  views readmore
ALL Most Viewed
ALL TOP Rated
1.  comments readmore
ALL Most Comment
All Relate Story