Follow Us

Story We Share

STORY BY Sasha (Master)

กฎแห่งจักรวาลที่ (ตอนที่ 2)

Print April 10, 20141,033 views , 0 comments

กฎแห่งจักรวาล (ตอนที่2)
The Universe Law 2

 
สำหรับตอนที่ 2 ของ กฎแห่งกรรมนี้เราจะมาดูกันว่ากฎแห่งกรรมมีลักษณะการส่งผลอย่างไร? และมีกฎเกณฑ์อย่างไร?
 
ก่อนอื่นทำความเข้าใจกันก่อนว่า “กรรม” นั้น แปลว่า “การกระทำ” ซึ่งเป็นคำกลางๆ (แต่คนโดยมากมักเข้าใจว่า “กรรม” มีนัยยะส่งผลในแง่ลบ คือ การกระทำชั่ว) ดังนั้นเวลาพูดถึงกรรม จึงควรกำกับไว้เสมอว่าเป็น “กรรมดี” หรือ “กรรมชั่ว” กฎแห่งกรรมจำง่ายๆค่ะว่า คือ การที่เรา “ทำอะไร ก็ได้อย่างนั้น” เมื่อเราทำความดี เราก็ได้รับผลดีกลับไป หากทำชั่วก็ได้ผลชั่วกลับไป หรือ “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” นั่นเอง แต่กฎแห่งกรรมนั้นจะส่งผลที่มากกว่าหลายเท่าตัวนัก ทั้งระยะเวลา และระดับความรุนแรง เช่น หากเราช่วยเหลือคนที่กำลังเดือดร้อนให้รอดชีวิตเพียง 1 ครั้ง ผลแห่งกรรมดีนี้จะส่งผลให้เมื่อเราเดือดร้อนก็จะมีคนมาช่วยเราอย่างนั้นเหมือนกันแต่ไม่ใช่เพียงชาติเดียว แต่อาจจะสักร้อยชาติ และในทางตรงข้ามหากเราทำกรรมชั่ว เช่น ฆ่าสัตว์ให้ตายลง เราอาจต้องไปเกิดเป็นสัตว์ชนิดนั้น และถูกฆ่าอย่างเดียวกันสักร้อยชาติ เป็นต้น นี่แค่เป็นตัวอย่างให้นึกตามได้ง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วกฎแห่งกรรมมีระดับการออกผลที่ซับซ้อนมาก

สิ่งที่กำหนดระดับความรุนแรงของกรรมนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย อย่างเช่น ระดับของเจตนาที่กระทำกรรมนั้น หากมีเจตนาแรงกล้า การส่งผลของกรรมก็จะรวดเร็ว รุนแรง, ระดับความถี่ของการกระทำกรรมนั้น หากเป็นกรรมที่กระทำบ่อยๆ จนเป็นอาจิณกรรม การส่งผลก็จะหนักแน่น ยาวนาน  หากนานๆจะกระทำสักครั้ง การส่งผลก็อาจจะส่งผลเพียงไม่นาน แล้วก็หมดกำลังไป, ระดับผลเสีย หรือ ผลดีที่เกิดขึ้นจากการกระทำนั้น หากทำแล้วส่งผลกระทบรุนแรง เป็นวงกว้าง เมื่อกรรมให้ผลจะรุนแรง และเป็นวงกว้างเช่นเดียวกัน หรือแม้แต้ลักษณะของกรรม ซึ่งส่วนใหญ่เราจะนึกถึง การกระทำ แต่การทำกรรมด้วยคำพูด หรือ วจีกรรม ก็ให้ผลที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน ซึ่งวจีกรรม นี้เองมักส่งผลให้วิบากกรรมแปลกๆ มาส่งผล เช่น มีเรื่องจริงของเด็กหญิงตัวน้อยที่มีหน้าตาเหี่ยวย่น เหมือนคนแก่อายุ 80 ปี ที่เป็นเช่นนี้เพราะในอดีตชาติ มักจะด่าว่าย่าของตนเป็นประจำว่า “อีแก่” หรือ “อีหน้าเหี่ยว” สร้างความเสียใจให้กับผู้เป็นย่าอย่างมาก ในชาตินี้จึงต้องมามีหน้าตาเหี่ยวย่นอย่างที่ได้เคยด่าว่าย่าของตนเอาไว้
 
ระยะเวลาในการส่งผลก็เป็นสิ่งที่เรามักจะสับสน จนกระทั่งเกิดคำพูดที่ว่า “ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ชั่วมีถมไป” นี่ก็เป็นเพราะว่ากฎแห่งกรรมมีความซับซ้อน และมีระยะเวลาในการส่งผลที่ละเอียดอ่อนมาก...เราทุกคนมีกรรมในอดีต ทั้งในอดีตชาติที่มากมายนับไม่ถ้วน และอดีตในชาตินี้ และมีกรรมปัจจุบัน ที่ดำรงอยู่ในทุกอณุวินาทีที่เรากำลังหายใจอยู่...ดังนั้นกรรมปัจจุบันมีเพียงปัจจุบันขณะ แต่กรรมในอดีตเริ่มนับตั้งแต่ 1 วินาทีที่แล้วที่เพิ่งผ่านไป อดีตคืบคลานตามเรามาทุกฝีก้าว และเราก็จำมันไม่ได้ทั้งหมดหรอกค่ะ อดีตชาติไม่ต้องพูดถึงเราจำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว แม้แต่ในปัจจุบันชาติเราก็ยังจำได้บ้างไม่ได้บ้าง...จริงไหมคะ...กว่าที่เราจะมาถึงปัจจุบันนี้ เราได้ทำสิ่งต่างๆ ไว้มากมาย ซึ่งขอย้ำว่า...ทุกการกระทำล้วนส่งผลต่อเราทั้งสิ้น แต่เราเกิดมานับภพนับชาติไม่ถ้วนแล้ว และสิ่งที่เราได้ทำมาในอดีตชาตินั้น ได้ออกแบบให้ชีวิตเราในปัจจุบันชาติให้เป็นอย่างทุกวันนี้ กรรมได้ออกแบบว่า เราจะได้เกิดมาในครอบครัวระดับไหน ฐานะเป็นอย่างไร มีรูปสมบัติแบบไหน ฯลฯ และเข้าคิวยาวเหียด รอจ่อคิวส่งผลให้เราทุกขณะจิต
 
ขอให้เราลองจินตนาการว่า มีตัวเราอยู่หัวแถวยืนอยู่ และมีตัวกรรมทั้งดีและไม่ดีที่เราทำเอาไว้ในอดีตรอต่อคิวยาวแบบมองไม่เห็นปลายแถว ดังนั้นกรรมที่เราทำในปัจจุบันชาตินี้ ก็จะต้องไปรอต่อที่ปลายแถวโน้น...ยังไม่สามารถส่งผลในทันที...จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมบางคนทำความดีอย่างมากในชาตินี้ แต่กลับยังประสบทุกข์ยากลำบากอย่างแสนสาหัส...ดังนั้นคำอธิบายก็คือ เพราะกรรมชั่วที่เขาได้ทำมาในอดีตชาตินั้นกำลังส่งผลอยู่ เช่น เขาอาจจะไปคดโกงใคร ตระหนี่ และทำร้ายร่างกายคนอื่นไว้มาก จึงต้องเกิดมาในตระกูลที่สมบัติถูกโกงไปจนหมด แถมยังยากจนยาวนาน และร่างกายอ่อนแอตั้งแต่เกิด...แต่ในชาตินี้เป็นคนดีมาโดยตลอด คนทั่วไปอาจจะมองว่า “ทำดีไม่ได้ดี”  หรือ บางคนในอดีต ทำความดีมาสารพัด ทั้งเอาเงินช่วยเหลือคนไว้มาก เห็นใครเจ็บป่วยก็ช่วยรักษา และเป็นคนอ่อนน้อม ชาตินี้เกิดมาจึงเป็นคนมีทรัพย์ร่ำรวยมาก รูปร่างหน้าตาดี เกิดในตระกูลสูง...แต่ชาตินี้กลับคดโกงชาติบ้านเมือง และคนรอบข้างทำชั่วสารพัด แต่ก็ยังอยู่สุขสบาย ทั้งนี้เพราะกรรมในอดีตชาติยังส่งผลอยู่ กรรมในปัจจุบันชาติกำลังรอต่อคิว จึงยังไม่ได้ให้ผล คนทั่วไปก็เลยมองว่า “ทำชั่วกลับได้ดี” นั่นเอง
 
มีเรื่องเล่าให้เราลองคิดกันเล่นๆ คือ ชายผู้หนึ่งอยู่หมู่บ้าน A กระทำชั่วสารพัดทั้งฆ่าคน ปล้น ส่งผลเดือดร้อนให้คนในหมู่บ้านมากมาย จนชาวบ้านรวมพลังกันหวังจะฆ่าโจรร้ายให้ได้...แต่โจรหนีไปได้ในที่สุด และไปหลบอยู่ ณ หมู่บ้านอันไกลโพ้น ชื่อ หมู่บ้าน Z ที่นี่เขาเปลี่ยนตัวเองกลายเป็นคนที่ดีมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือมากที่สุดคนหนึ่ง คนในหมู่บ้าน Z ต่างรักใครอดีตโจรคนนี้ แต่วันหนึ่งชาวบ้านจากหมู่บ้าน A ก็ตามโจรผู้นี้มาถึงหมู่บ้าน Z และมากลั่นแกล้ง ทำร้ายโจรผู้นี้อย่างทารุณ โหดร้าย และเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งคนในหมู่บ้าน Z เมื่อเห็นดังนี้ต่างก็ไม่เข้าใจว่า "ทำไมคนดีดีอย่างนี้จึงต้องถูกกระทำอย่างทารุณ...ไม่ยุติธรรมเลย" เห็นภาพชัดขึ้นไหมคะ?...เรื่องนี้เปรียบเทียบได้กับกรรมที่ส่งผลข้ามภพชาติ เปรียบการเปลี่ยนหมู่บ้าน คือ การเปลี่ยนภพชาติ คนในปัจจุบันที่เป็นคนดี แต่ทำไมมีชีวิตที่ทุกข์ นั่นก็เพราะผลกรรมชั่วได้ในอดีตตามส่งผลอยู่  หากเราไม่เข้าใจก็จะมองแค่เพียงปัจจุบัน และคิดว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” ไม่มีจริง เป็นต้น
 
แต่การให้ผลนั้นก็มีการแซงคิวกันได้ค่ะ อย่างที่บอกข้างต้นว่าบางทีเจตนาแรงกล้าก็ทำให้การให้ผลมีกำลังมากแซงคิวกรรมอื่นๆ ที่กระทำมาก่อนได้ มีเรื่องจริงเรื่องหนึ่งของคนฆ่าวัวขาย ซึ่งมีฐานะดีทีเดียว ลูกชายมีหน้าที่ไปเลือกซื้อวัวทุกวันวันหนึ่ง เจอวัวน้ำหนักดีจึงซื้อมา แต่เมื่อจับวัดขึงแล้วผ่าท้องวัวทั้งเป็น ปรากฎว่ามีลูกวัวตัวน้อยที่ยังมีชีวิตทะลักพรวดออกมา...เห็นดังนั้นจึงโมโหมากที่เหมือนถูกหลอก เพราะที่วัวน้ำหนักมากเพราะมีลูกในท้องนั่นเอง เมื่อเห็นลูกวัวร้องจ้องมาที่ตนจึงเอามีดแหลมแทงตาลูกวัวทันที แล้วเอาอีโต้ตัดขาลูกวัวสดๆ แล้วนำลูกวัวไปต้มน้ำร้อนถึงแก่ความตายในที่สุด...ต่อมาไม่นานในขณะที่กำลังหั่นเนื้อวัวอยู่นั้นอยู่ไม่รู้ยังไงมือที่ถือมีปลายแหลมเกิดกระตุกขึ้นมามีดจึงจิ้มเข้าไปที่ตาขวาข้างเดียวกับที่จิ้มตาลูกวัวตาบอดทันที...กลายเป็นคนพิการ แต่ก็ยังช่วยกิจการได้ต่อไปหลังจากนั้นในขณะที่กำลังเอาเนื้อวัวเข้าเครื่องบดอยู่นั้น อยู่ๆ มือของตนก็ถูกดูดเข้าเครื่องบดเจ็บปวดแสนสาหัส ร้องเสียงโหยหวนเหมือนลูกวัวตัวนั้น เมื่อช่วยกันดึงมือออกมามือนั้นกุดถึงข้อมือ เท่ากับที่ตนตัดขาลูกวัวทีเดียว...ผู้ที่เล่าเป็นผู้หนึ่งที่ทำงานในโรงฆ่าวัวนั้น เมื่อเห็นเหตุการณ์โดยตลอดจึงตัดสินใจออกจางานนั้นทันที และหมั่นทำบุญปล่อยวัว ไถ่ชีวิตสัตว์เพื่อเร่งทำบุญหนีวิบากกรรมของตน แม้ว่าจะฆ่าวัวมามาก แต่ความแตกต่างจากลูกชายของเจ้าของก็คือ เจตนา ผู้เล่าไม่เคยคิดอยากจะทำเลย แต่เนื่องจากถูกบังคับให้ทำ แต่ลูกชายเจ้าของนั้นฆ่าลูกวัวด้วยโทสะ โหดเหี้ยม และมีเจตนาแรงกล้านัก จึงทำให้วิบากกรรมชั่วนี้ ส่งผลอย่างรวดเร็วในปัจจุบันชาติ ที่แม้ว่าจะทำในชาตินี้ แต่ผลกรรมวิ่งเร็วแซงหน้ากรรมที่เคยทำมาในอดีตชาติ ทำให้เราเห็นชัดเจนว่าทำอะไรได้อย่างนั้นจริงๆ
 
โดยส่วนตัวแล้วชอบประโยคหนึ่งที่มีคนเคยพูดเอาไว้ว่า “เส้นลายมือ อาจลิขิตชีวิตเราไว้แล้ว...แต่เส้นลายมือทั้งหมดนั้นก็อยู่ในกำมือเราเอง” ซึ่งความจริงก็เป็นอย่างนั้นค่ะ เพราะแม้ว่ากฎแห่งกรรมจะได้ออกแบบ  หรือ Set up ชีวิตของเราเอาไว้แล้ว แต่เราก็ยังสามารถกำหนดชีวิตของเราได้ด้วยการกระทำของเราเองในปัจจุบันนี้ เพราะทุกปัจจุบันขณะ ก็จะค่อยๆ กลายเป็นอดีตที่รอส่งผลให้เรา ยิ่งถ้าเราทำกรรมดี ด้วยเจตนาที่แรงกล้ามากๆ และกระทำอย่างต่อเนื่อง กรรมดีนั้นก็จะแซงคิวกรรมต่างๆ ที่รอส่งผลจากอดีตชาติจนสามารถส่งผลให้เราในชาตินี้ได้เช่นกัน ดังนั้น ขอให้เราทำความเข้าใจกับกฎแห่งกรรม อย่างถูกต้อง และหมั่นกระทำแต่ความดีในปัจจุบันนี้ อดีตทีผ่านไปแล้ว เราเรียกร้อง หรือ จะกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ มีเพียงปัจจุบันเท่านั้นที่เป็นของเราอย่างแท้จริง...เพียงแค่เรายึดมั่นในความดี และเชื่อมั่นว่า “ทำดีย่อมได้ดี” เพียงเท่านี้ เราก็จะ เข้าใจชีวิต ยอมรับในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตว่าเป็นผลจากการกระทำของเราเอง ทำให้เรารู้จักปล่อยวาง และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในที่สุดค่ะ...
 
เมื่อไหร่ที่คิดจะทำอะไรไม่ดีกับใคร ขอให้เตรียมใจเอาไว้เลยว่าเราก็ต้องประสบกับสิ่งนั้นอย่างแน่นอนในระดับที่รุนแรงกว่าสิบเท่า ร้อยเท่า แล้วเราจะรับไหวรึเปล่า? ดังนั้น หากเรารักตัวเองจริง ก็ต้องหมั่นทำแต่ความดีเท่านั้น...ขอให้ต่อแต่นี้ทุกคนทำแต่ความดีกันนะคะ รับรองว่าเมื่อผลแห่งกรรมดีส่งผลเมื่อไหร่ เราจะรับผลดีนั้นแทบไม่ทันเลยค่ะ



ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ : http://yesmorocco.com/2013/03/writing-cause-and-effect-essay/


Tag : กฎแห่งกรรม เหตุและผล LawofKarma causeandeffect Buddhism พุทธศาสนา ฺBuddha พระพุทธเจ้า

Comments to this story

Write a comment


1.  views readmore
ALL Most Viewed
ALL TOP Rated
1.  comments readmore
ALL Most Comment