Follow Us

Story We Share

STORY BY Sasha (Master)

มุมมองที่แตกต่าง

Print September 27, 20131,817 views , 0 comments

มุมมองที่แตกต่าง


วันนี้มีเรื่องหลายเรื่องด้วยกัน ที่เมื่ออ่านแล้วทำให้เรามองย้อนกลับมามองตนเองได้ว่า เราเป็นคนคิดบวก หรือว่า คิดลบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถบ่งชี้ว่าเราจะเป็นผู้ที่มีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้อย่างมีความสุขหรือไม่ บางท่านอาจจะเคยอ่านเรื่องราวเหล่านี้มาบ้างแล้ว แต่อย่างไรก็ตามการได้มีโอกาสอ่านเพื่อตอกย้ำซ้ำเดิมเรื่องทัศนคติการมองโลก และการใช้ชีวิตอย่างนี้ก็ไม่ถือว่าเสียเวลานัก...เรามาดูกันค่ะ
 
เรื่องแรก...มีบริษัทขายรองเท้าแห่งหนึ่ง คิดจะไปบุกเบิกการค้าที่ตลาดแอฟริกา จึงได้ส่งพนักงานฝ่ายการตลาดไป 2 คน ไปตรวจสอบว่าตลาดที่แอฟริกาเป็นอย่างไรบ้าง หลายเดือนผ่านไป ทั้ง 2 คนก็นำรายงานกลับมาด้วย ซึ่งทั้งสองเห็นขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง
นาย ก : “ไม่มีหวังเลยครับ คนที่นั่นไม่ได้ใส่รองเท้ากันเลยสักคน”
นาย ข : “คงไปได้สวยทีเดียวที่เราจะไปบุกเบิกที่นั่น เพราะคนที่นั่นยังไม่มีรองเท้าใส่กัน”
 
เรื่องที่สอง... มีหญิงชราคนหนึ่ง เวลาฝนตกก็ร้องไห้ เวลาแดดออกก็ร้องไห้ ชายหนุ่มคนหนึ่งแปลกใจจึงถามหญิงชราว่า
ชายหนุ่ม : “เพราะอะไร เวลาฝนตกยายก็ร้องไห้ อากาศดีก็ร้องไห้”
หญิงชรา : “เพราะว่าป้ามีลูกชาย 2 คน คนโตขายน้ำแข็ง คนเล็กขายร่ม เวลาที่อากาศดีป้าจึงคิดถึงลูกชายคนเล็กว่าต้องขายไม่ดีแน่นอน และเวลาที่ฝนตกก็คิดถึงลูกชายคนโตว่าคงขายไม่ดีเหมือนกัน เพราะฉะนั้นทุกๆ วัน ป้าจึงได้กลุ้มใจ และ ทุกข์ใจ อยู่อย่างนี้”
ชายหนุ่มจึงบอกกับคุณยายว่า
ชายหนุ่ม :  “ยาย...ยายคิดผิดแล้วล่ะ!!!”  ที่จริงแล้วทุกๆวัน ท่านต้องดีใจไปกับลูกจึงจะถูก วันไหนที่ท้องฟ้าแจ่มใสอากาศปลอดโปร่ง ยายก็ต้องดีใจกับลูกคนโตสิ ที่น้ำแข้งขายดิบขายดี แต่ถ้าวันไหนฝนตก ยายก็ต้องดีใจไปกับลูกคนเล็กด้วยที่ร่มเขาขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
 
พอดีหญิงชราฟังดังนั้น เหมือนกับได้ตื่นขึ้นจากความฝัน ตั้งแต่นั้นมาไม่ว่าอากาศจะเป็นอย่างไรหญิงชราผู้นี้ก็ยิ่มได้อย่างมีความสุข
 
เรื่องที่สาม...มีเครื่องดื่มอยู่แก้วหนึ่ง ถ้าดื่มไปแล้วเหลือครึ่งแก้ว แล้วนำเครื่องดื่มนี้ไปให้คนสองคนมองดูว่า คิดอย่างไร
คนแรก :  “หมดไปตั้งครึ่งแก้ว เหลือแค่ครึ่งแก้ว
คนที่สอง : “ก็ยังดีนะ ที่เหลืออีกตั้งครึ่งแก้ว
 
เรื่องที่สี่...มีนักโทษที่ติดคุก ที่พักอยู่ห้องเดียวกัน 2 คน ในทุกๆ คืนทั้งสองจะมองลอดหน้าต่างออกไป ต่างคนต่างมอง แล้วก็เข้านอน...เวลาผ่านไป 1 ปี นักโทษคนหนึ่งได้รับการพิจารณาให้ได้รับอภัยโทษ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ช่วยเหลือกิจการงานต่างๆ อีกทั้งยังอ่อนน้อมต่อเจ้าหน้าที่ทุกคน แต่อีกคนยังต้องทนทุกข์อยู่ในคุกต่อไป
 
ในคืนสุดท้ายทั้งคู่ก็ยังคงมองลอดหน้าต่างออกไป แต่คืนนั้นผู้ที่กำลังจะออกจากที่คุมขังได้เอ่ยถามขึ้นว่า “เวลาที่นายมองออกไปนอกหน้าต่าง...นายเห็นอะไร” อีกฝ่ายรู้สึกแปลกใจ แต่ก็เห็นว่านี่คงเป็นคืนสุดท้ายจึงได้ตอบไปว่า “จะเห็นอะไรได้เล่า...ข้างนอกนั่นมีแต่พงหญ้า และดินโคลนเท่านั้น” เมื่อตอบแล้วก็อดที่จะถามกลับไปไม่ได้ว่า “แล้วนายล่ะ เห็นอะไร” เสียงอีกฝ่ายตอบว่า “ข้างนอกนนั่น...มีท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ไพศาล อากาศที่เย็นสบาย และดวงดาวสุกสว่างอยู่บนนั้นไงล่ะ”
 
หลังจากที่ฝ่ายหนึ่งได้ออกไปใช้ชีวิตอิสระ อย่างมีความสุขสงบข้างนอกแล้ว ผู้ที่ยังอยู่ไม่เคยมองเห็นพงหญ้า และดินโคลนอีกเลยมีแต่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ และดวงดาวบนท้องฟ้าเท่านั้นที่เขามองเห็น...
 
เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับเรื่องของมุมมองทั้งสี่เรื่องนี้ต้องออกตัวไว้ก่อนว่า เรื่องสุดท้ายดิฉันเป็นคนเขียนเอง แต่ได้แนวความคิดมาจากกลอนบทหนึ่ง ซึ่งจำไม่ได้แล้วแต่ยังอยากนำประเด็นนี้มาให้ทุกท่านได้เห็นอีกมุมมองหนึ่ง จึงนำมาขยายความดังกล่าว
 
โดยทั้ง 4 เรื่องนี้ทำให้เห็น และทดสอบตัวเองไปในตัวได้ด้วยว่าเราเป็นคนคิดลบ มองในแง่ลบ หรือ คิดบวก มองในแง่บวก...แต่ที่สำคัญคือ เราเห็นได้ชัดว่าความจริงนั้นมีอยู่ สิ่งที่เรามองเห็นนั้นเหมือนกัน ต่างกันตรงที่เราจะจับแง่มุมมอง และคิดอย่างไร...ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้ว การคิดลบนั้น ไม่มีประโยชน์อะไรเลยจริงๆ มีแต่ทำให้ตัวเรา และคนรอบข้างเดือดเนื้อร้อนใจ สิ่งที่สำคัญที่สุดอยู่ที่ความคิด เพราะความคิดเป็นจุดเริ่มต้น แล้วจึงกลายมาเป็นคำพูด และการกระทำ เห็นแบบนี้แล้วหันมาฝึกคิดบวกกันดีกว่านะคะ
 
ส่วนการฝึกคิดบวกนั้นง่ายนิดเดียวค่ะ สำหรับผู้ที่ชอบคิดลบเวลาเราจะคิด หรือตัดสินอะไรให้มีสติ และจำไว้ว่า เราต้องคิดสองแง่เสมอ คือ ทั้งแง่บวก และแง่ลบ เราอาจจะคุ้นกับการคิดลบก่อน แต่ไม่เป็นไร เมื่อคิดลบแล้ว ก็ให้พ่วงการคิดบวกเข้าไปอีก แล้วจึงเลือกที่จะคิดบวก แล้วสลัดความคิดลบนั้นออกไป เมื่อฝึกมากขึ้นๆ เราจะคุ้นกับการคิดบวกไปทีละนิด จนกระทั่งเริ่มคิดบวกก่อน แล้วในที่สุดก็จะคิดบวกเท่านั้นค่ะ...ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับมุมมองในชีวิตนะคะ
 
ขอบคุณรูปภาพจากเว็บไซต์: http://www.bizmarkblog.com/journal/2012/2/12/positively-optimistic.html
Tag : optimistic คิดบวก

Comments to this story

Write a comment


1.  views readmore
ALL Most Viewed
ALL TOP Rated
1.  comments readmore
ALL Most Comment